โปรแกรม Sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับปรุงคุณภาพผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก
แน่นอนว่าเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ ก็คงจะเป็นใบหน้าของเราที่เริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของเราก็จะเริ่มลดลง โดยปกติร่างกายจะเริ่มสร้างคอลลาเจนลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อมีอายุประมาณ 45 ปี การสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลงมากขึ้น จึงทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าผิวมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับเต่งตึงเหมือนเดิม เนื่องจากคอลลาเจนนั้นจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพยุงโครงสร้างของผิว เมื่อคอลลาเจนลดลงก็จะทำให้ผิวหย่อนคล้อยและเสียรูปทรงได้
ปัจจุบันวงการแพทย์ด้านความงามจึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมการฟื้นฟูผิวแบบใหม่ด้วยโปรแกรม Sculptra ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว ฟื้นฟูผิวตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก ส่งผลทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน กระชับเต่งตึง ผิวแข็งแรง แลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้นนั่นเอง
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ทำความรู้จัก Collagen (คอลลาเจน) คืออะไร? มีความสำคัญต่อผิวอย่างไรบ้าง ?
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกทำความรู้จักกับโปรแกรม Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Collagen (คอลลาเจน) องค์ประกอบสำคัญของผิวก่อน ซึ่งคอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง โดยมีสัดส่วนสูงถึง 80% เป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก กล้ามเนื้อ เล็บ เอ็น และข้อ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผิวหนัง ที่จะช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น และผิวแก่ก่อนวัย
ความสำคัญของคอลลาเจนที่มีต่อผิวหนัง ได้แก่
- ช่วยรักษาสมดุลของน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิว
- ช่วยลดเลือนริ้วรอย กระชับผิวให้เต่งตึง
- เสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านของผิว
- ช่วยให้โครงสร้างชั้นผิวภายในมีความแข็งแรง
- ผลัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว
- ซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เจริญเติบโต
Collagen (คอลลาเจน) มีกี่ชนิด แต่ละชนิดช่วยเรื่องอะไร?
ในร่างกายของคนเราจะมีคอลลาเจนด้วยกันหลากหลายชนิด ซึ่งชนิดที่สำคัญสามารถพบได้บ่อยและควรรู้จักมีด้วยกัน 5 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีความแข็งและยืดหยุ่นได้ดีแตกต่างกันออกไป ดังนี้
- คอลลาเจน Type 1 (Collagen Type I) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบได้มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งจะพบมากในผิวหนัง ผนังหลอดเลือด และเส้นเอ็น มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เนื่อเยื่อฉีดขาด ทำให้ผิวกระชับ เรียบเนียน ไม่หย่อนคล้อย
- คอลลาเจน Type 2 (Collagen Type II) เป็นคอลลาเจนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า Type 1 ซึ่งจะพบมากในกระดูกและข้อต่อ ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อน กระตุ้นการให้เกิดการสังเคราะห์เซลล์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรองรับน้ำหนักและข้อต่อต่าง ๆ ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวสะดวก และลดการเสื่อมของกระดูกบริเวณข้อต่อ
- คอลลาเจน Type 3 (Collagen Type III) เป็นคอลลาเจนชนิดที่พบมากอยู่ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด ซึ่งมักพบร่วมกับคอลลาเจน Type 1 แต่พบในอัตราส่วนที่น้อยกว่า และไม่แข็งแรงเท่ากับคอลลาเจน Type 1 ซึ่งจะช่วยในการสร้างมวลกล้ามเนื้อ
- คอลลาเจน Type 4 (Collagen Type IV) เป็นคอลลาเจนที่มีความเฉพาะตัว พบมากในบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อและไขมัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด
- คอลลาเจน Type 5 (Collagen Type V) เป็นคอลลาเจนที่พบในกระจกตา เส้นผม ผิวหนัง และในเนื้อเยื่อของทารกในครรภ์และรก ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเส้นใยภายในชั้นผิว และช่วยจัดเรียงเซลล์ผิวให้เป็นระเบียบ
จะเห็นว่าคอลลาเจน Type 1 เป็นชนิดที่พบมากที่สุดในผิวหนัง และเป็นชนิดที่มีความสำคัญต่อผิวหนังที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุด ยิ่งเรามีอายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเมื่อเข้าสู่ช่วยอายุ 20 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสูญเสียคอลลาเจนในชั้นผิว 1-2 % ต่อปี และเมื่ออายุ 45 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่กระชับเหมือนเดิม ผิวแห้งกร้าน และมีร่องลึกมากขึ้น Sculptra จึงเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น โดยตามผลการวิจัยจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 สูงถึง 66.5% หลังจากฉีดไปแล้ว 3 เดือน หากเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่สามารถผลิตคอลลาเจน Type 1 ได้มากเทียบเท่ากับ Sculptra ได้ในขณะนี้นั่นเอง
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
นวัตกรรม Sculptra คืออะไร?
Sculptra คือ อนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งถือว่าเป็น The First & Original Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวโดดเด่นไม่เหมือนใคร และเป็นตัวเดียวที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาในประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ทำให้มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูง โดย Sculptra ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งเป็นสารฉีดกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวตามกระบวนการธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปยังส่วนลึกของชั้นผิวหนังแท้อนุภาค PLLA จะกระจายไปทั่วผิว โดยอนุภาคขนาดเล็กของ PLLA จะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดของคอลลาเจนและช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิวภายใน ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูเป็นธรรมชาติแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไม่มีผลหรืออาการข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตราย
Sculptra มีกระบวนการทำงานอย่างไร?
สำหรับ PLLA ใน Sculptra จะมาในรูปแบบผง PLLA Powder โดยจะบรรจุอยู่ภายในขวด ซึ่งกระบวนการทำงานเริ่มตั้งแต่ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนัง มีดังนี้
- Sculptra จะต้องถูกผสมด้วย Sterile Water ก่อนฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นลึก Subcutaneous
- เมื่อทำการฉีด Sculptra เข้าสู่ผิวหนังชั้นลึกแล้ว ตัวยาจะเริ่มกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไปทั่วผิวบริเวณที่ฉีด
- ผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเติมเต็มและอิ่มฟูทันทีหลังการฉีด Sculptra เนื่องจากปริมาตรน้ำที่ฉีดเข้าไป
- หลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน น้ำและส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวยาจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยจะเหลือเพียงแค่อนุภาคของ Sculptra ซึ่งอาจจะทำให้เห็นร่องลึก หรือริ้วรอยกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
- ต่อมา Sculptra จะเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผ่านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยดึงเซลล์ Macrophages มาล้อมรอบอนุภาคของ Sculptra จำนวนมาก และมีการส่งสัญญาณให้เซลล์ Fibroblast เข้ามารวมตัวกันและเพิ่มจำนวนมากขึ้น
- Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สร้างเส้นใยคอลลาเจนตามธรรมชาติ โดยเฉพาะคอลลาเจน Type 1 ที่เป็นส่วนประกอบหลักของโครงสร้างผิวหนัง จึงทำให้ผิวมีความแข็งแรงและกระชับ
- หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป อนุภาคของ Sculptra จะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเส้นใยคอลลาเจนที่มาสะสมแทน จึงช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวหนัง และช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ในระยะยาว
- Sculptra สามารถฟื้นฟูสภาพผิวที่หย่อนคล้อย ขาด Volume ช่วยทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมทั้งช่วยยกกระชับใบหน้าและฟื้นฟูคุณภาพผิวยาวนานกว่า 25 เดือน

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
คุณสมบัติของ Sculptra ช่วยอะไรบ้าง?
Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ล่าสุด ที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากผิวชั้นลึกให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ และแลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องของการดูแลผิวด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
- ฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับปรุงโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรง
- ช่วยเติมเต็มคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบและแน่นขึ้น
- ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาเต่งตึง
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
- เต็มเติมริ้วรอยร่องลึกให้ตื้นขึ้นอย่างธรรมชาติ
- ช่วยให้ผิวกระจ่างใสและนุ่มชุ่มชื้น
- ผิวแข็งแรง ดูอิ่มฟู ไม่หยาบกร้าน
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน Sculptra เหมาะกับใครบ้าง?
Sculptra เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจนธรรมชาติของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างภายในชั้นลึกของผิวเพื่อทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งช่วยทำให้ผิวดูยกกระชับ ผิวดูแน่นอิ่มฟู และช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว พร้อมช่วยปรับปรุงคุณภาพของผิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือว่า Sculptra ตอบโจทย์กับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ผิวมีริ้วรอย และต้องการจัดการกับปัญหาผิวให้กลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น โดยผู้ที่เหมาะสำหรับการฉีดด้วยนวัตกรรม Sculptra ได้แก่
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ ผิวขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่ผิวมีริ้วรอยที่เห็นได้ชัด ที่เกิดขึ้นตามวัย
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวจากภายในให้แข็งแรง
- ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น ดูอิ่มฟูขึ้น
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากการฉีดที่ยาวนาน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า Sculptra สามารถให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี
Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน ฉีดตรงไหนได้บ้าง
สำหรับนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยย้อนวัยด้วยนวัตกรรม Sculptra ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติสามารถฉีดได้หลายตำแหน่งด้วยกัน โดยหลัก ๆ จะนิยมทำการฉีดบริเวณ ขมับ หน้าแก้ม (Midface) ใต้โหนกแก้มด้านข้าง กรอบหน้า ซึ่งจะทำการฉีดด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะที่ SparSha ซึ่งจะช่วยทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่ไม่แนะให้ฉีดเข้าไปตรง ๆ ในบางตำแหน่ง ได้แก่ บริเวณหน้าผาก, จมูก, ใต้ตา, ร่องแก้ม, ปาก, ร่องน้ำหมาก เป็นต้น
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หลังการฉีด Sculptra เห็นผลเมื่อไหร่ ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์หลังการฉีดด้วย Sculptra จะยังไม่สามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ทันที โดยผลลัพธ์ของ Sculptra จะค่อย ๆ เห็นผลไปทีละนิด เนื่องจากตัวยาจะค่อย ๆ เข้าไปทำปฏิกิริยาในใต้ชั้นผิวลึกและเริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวของตัวเองให้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ที่จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในระยะเวลา 3 เดือน แล้วจะเห็นผลลัพธ์ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปี หรือ 25 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล) โดยเป็นการคงอยู่ของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นด้วยตนเองตามธรรมชาติ
การฉีด Sculptra เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ต้องทำการรักษากี่ครั้ง
จำนวนการรักษาด้วย Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจนต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากปัญหาของสภาพผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จำนวนครั้งที่ต้องทำก็อาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งโดยทั่วไปหากเป็นผู้ที่มีปัญหาผิวไม่มากนัก ควรฉีดประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ หรือแนะนำให้ฉีดตามช่วงอายุ 10 ปี ต่อการฉีด Sculptra 1 ขวด เช่น ถ้ามีอายุ 30 ปี แนะนำให้ฉีด 3 ขวด โดยแบ่งฉีด 1 ขวดต่อ 1 ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของแพทย์ผู้ประเมินและพิจารณา
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีด Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
ก่อนการเข้ารับการรักษาด้วยนวัตกรรม Sculptra ควรมีการเตียมตัวให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังการฉีดมีประสิทธิภาพ และดูดีเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยแนวทางในการปฏิบัติตัวก่อนการฉีดมีดังนี้
- งดการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่น ๆ ประมาณ 2-4 สัปดาห์
- ควรงดการใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา เป็นต้น ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันอาการพกช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนเข้ารับการรักษา
- หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการฉีด
- ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
ขั้นตอนการฉีด Sculptra มีวิธีการอย่างไรบ้าง
- เข้ารับการประเมินปัญหาและสภาพผิวกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดจริง
- ก่อนทำการฉีด แพทย์จะแปะยาชาเป็นเวลาประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดอาการแสบในขณะที่ฉีด
- ระหว่างรอยาชาแพทย์จะทำการเตรียม Sculptra ให้อยู่ในรูป Active form โดยการผสม Sculptra เข้ากับ Sterile water เพื่อพร้อมใช้งาน
- แพทย์จะทำการฉีด Sculptra ที่พร้อมใช้แล้วลงใต้ชั้นผิว 1.5-2 เซนติเมตร ด้วยเข็มทู่ขนาด 22-25 G ซึ่งจะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีที่สุด
- เมื่อฉีดเสร็จอาจมีรอยเข็ม และมีอาการบวมซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการนวดหน้าเพื่อให้ยากระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น
- สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ไม่ต้องพักฟื้น
ข้อปฎิบัติการดูแลตัวเองหลังทำ Sculptra นวัตกรรมกระตุ้นคอลลาเจน คืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
ถึงแม้ว่าหลังจากการฉีด Sculptra มาแล้วจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น แต่ก็ต้องดูแลตัวเอง และปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลลัพธ์สมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งวิธีดูแลตัวเองหลังฉีด ได้แก่
- สามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวมได้
- งดการแต่งหน้า 24 ชั่วโมง
- งดการอบซาวน่า การอบไอน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการโดนความร้อน สัมผัสแสงแดดและแสงยูวี เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการฉีดหรือทำการรักษาหน้าด้วยหัตถการอื่นๆ หลังจากฉีด Sculptra ประมาณ 2-4 สัปดาห์
- ควรงดการออกกำลังกายหักโหม ประมาณ 2-3 วัน
- ควรนวดหน้าตามหลัก Triple 5 เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ทั่วใบหน้า
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
วิธีการนวดหลังฉีด Sculptra ด้วยเทคนิค Triple 5
หลังจากฉีด Sculptra ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือต้องคอยนวดโดยใช้หลักการแบบ Triple 5 เพื่อให้อนุภาคของสาร PLLA กระจายตัวไปทั่วบริเวณใบหน้า และไปช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งการนวดตามหลัก Triple 5 จะเป็นการนวดครั้งละ 5 นาที 5 ครั้งต่อวัน และเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 5 วัน (5 ครั้ง 5 นาที 5 วัน) ซึ่งแนะนำให้นวดทันทีหลังฉีด โดยการนวดลงน้ำหนักมือเป็น Vector ตามแนวกล้ามเนื้อ และบริเวณที่ฉีด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการนวดมีด้วยกัน 4 Step ดังนี้
- Step 1 ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง จากนั้นใช้กำปั้นค่อย ๆ นวดเลื่อนจากบริเวณหน้าผากไปด้านข้างขมับ
- Step 2 ทำมือในลักษณะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น แนบไปบริเวณหน้าแก้มทั้งสองข้าง แล้วค่อย ๆ เลื่อนจากหน้าแก้มออกไปข้าง ๆ แก้ม โดยที่ยังนวดอยู่ไม่หยุด
- Step 3 ใช้อุ้งมือกดบริเวณข้าง ๆ แก้ม แล้วค่อย ๆ นวดไล่จากด้านล่างขึ้นบนไปจนถึงโหนกแก้ม ให้ทำซ้ำไปมาหลาย ๆ รอบ
- Step 4 ทำมือแบบ Step 2 โดยยกนิ้วโป้งขึ้น นวดเริ่มจากบริเวณคางไล่ไปเรื่อย ๆ ตามแนวกรามของกรอบหน้าด้านข้าง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด Sculptra และข้อควรระวังสำหรับการรักษาด้วยนวัตกรรม Sculptra
นวัตกรรม Sculptra เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ว่ามีความปลอดภัย แต่ก็อาจจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นเล็กน้อย โดยอาจจะมีอาการบวม แดง ช้ำ หรือมีอาการปวดเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เองประมาณ 2-3 วัน จึงถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ปกติ หรือในบางรายอาจคลำพบตุ่มนูนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังในช่วงแรก ๆ ซึ่งแนะนำให้ทำการนวดด้วยเทคนิค Triple 5 ตามที่แพทย์ได้แนะนำก็จะช่วยให้ตัวยาที่ฉีดเข้าไปไม่เกาะกลุ่มเป็นก้อนนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามหรือควรระวังที่ไม่เหมาะสำหรับฉีดให้กับบุคคลเหล่านี้ ได้แก่
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune, SLE)
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ PLLA (Poly-L-Lactic acid)
- มีประวัติ multiple severe allergies และมีอาการแพ้ที่รุนแรง (anaphylactic shock)
- ผู้ที่มีการอักเสบ ติดเชื้อของผิวหนังบริเวณทที่ฉีด เช่น สิว เริม ก้อนซีสต์ หรือผดผื่นอักเสบ
- มีประวัติ keloids and hypertrophic scars
- ผู้ที่มีประวัติฉีดสารซิลิโคน หรือ Permanent filler บริเวณใบหน้า